News

Article

ทรัมป์ กับ โครงการพลังงานทดแทนในปี 2018

ธุรกิจโซลาร์เซลล์ในสหรัฐฯ ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากโซลาร์เซลล์นำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งประกาศล่าสุดไปเมื่อเดือน ธ.ค.2017 รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตั้งเป้าที่จะทำให้สหรัฐฯกลายเป็นชาติที่มีฐานะครอบงำทางด้านพลังงานโดยตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการดูแลสิ่ง แวดล้อม

และนี่คือยุทธศาสตร์ทางด้านพลังงานที่สหรัฐต้องการเป็นผู้นำ ทั้งในด้านการริเริ่มนวัตกรรม การผลิต และการบริโภค

  • การลดกำแพงภาษี ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและปลอดภัย โดยมุ่งลดข้อจำกัดของกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตพลังงานและการกีดกันทางการค้า สนับสนุนให้มีการปรับปรุงกฎข้อบังคับของรัฐบาลกลาง ปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

  • ผลักดันการส่งออกด้านพลังงาน เทคโนโลยี และบริการ ซึ่งจะช่วยให้คู่ค้าของสหรัฐ ยกระดับคุณภาพของการผลิตและส่งผลต่อการนำผลกำไรกลับสู่ประเทศสหรัฐ

  • การรักษาความปลอดภัยทางพลังงาน จะสนับสนุนการป้องกันภัยคุกคามในกลุ่มประเทศพันธมิตรและคู่ค้าทางพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามในโลกไซเบอร์และโลกจริง

  • แสวงหาพลังงานในระดับสากล สหรัฐมีความพยายามเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงจากทั่วโลก เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานต่างๆ เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน อันจะช่วยลดความยากจนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  • เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยี สหรัฐจะปรับปรุงเทคโนโลยีด้านพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และแสวงหาโอกาสในการใช้พลังงานน้ำ ขณะเดียวกันสหรัฐก็ยังคงตั้งเป้าเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต่อผู้ใช้ปลายทาง

และภายหลังที่”ทรัมป์” ลงนามบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีโซลาร์เซลล์และเครื่องซักผ้าซึ่งเริ่ม ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ.2018 เป็นต้นมา ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้มีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่า จะเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel) และเครื่องใช้ไฟฟ้า ประธานาธิบดีทรัมป์ฯ ก็มิได้หยุดอยู่เฉยๆ เขาหันมาทบทวนโยบายการค้าและกีดกัน (Anti-dumping: AD) สินค้านำเข้ารอบใหม่ 2 รายการสินค้าคือ แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Pan ) โดยมีการปรับภาษีนำเข้าคิดที่ 30% ในปีแรก, 25% ในปีที่ 2, 15% ปีที่ 3 และ 15% ในปีที่ 4 จากปัจจุบัน ไม่เสียภาษี ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ มากน้อยตามสัดส่วนที่ส่งออกไปสหรัฐ โดยแผงโซลาร์เซลล์ (Solar panel) แต่ละปีสหรัฐนำเข้าราว 13.3 พันล้านเหรียญฯจากทั่วโลก โดยประเทศที่สหรัฐนำเข้าแผงโซล่าเซลส่วนใหญ่อยู่ในแถบเอเซีย หลักๆ มาจากมาเลเซียมากที่สุดราว   36% ของยอดนำเข้าแผงโซล่าเซลล์ทั้งหมดของสหรัฐ   รองลงมา คือเกาหลีใต้ราว 21%, เวียดนาม 9.1%

สำหรับไทยแม้สหรัฐจะนำเข้าลำดับที่ 4 ราว 9%   แต่พบว่ามูลค่าส่งออกแผงโซล่าของไทยไปสหรัฐ แต่ละปีราว 421.1 ล้านเหรียญฯ ซึ่งในจำนวนนี้ส่งออกคิดราว 48% ไปสหรัฐ ผลกระทบโดยรวมคิดราว 0.2% ของยอดส่งออกรวมทั้งหมด ผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบ คือ SOLAR และ SPCG ผู้ผลิต ขายและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยแผงโซล่าเซลทุกรูปแบบ ทั้งในและต่างประเทศ

รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เคยได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ส่งท้ายท้ายปี 2017 ด้วยการประกาศแนวทางความมั่นคงที่ต่างออกไปจากรัฐบาลก่อนหน้านี้อยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดท่าทีทางการเมืองที่คล้ายคลึงกับยุคสงครามเย็น โดยการประกาศให้รัสเซียและจีนเป็นภัยคุกคาม ขณะเดียวกันก็ยังคงหนุนเสริมระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก ต้องดูนโยบายต่อไปอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดอะไรที่เปลี่ยนแปลงผันผวนขึ้นอีก