News

Article

ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะไปได้สวยในปี 2561

สถานการณ์ธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2561 ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนการติดตั้งลดลงมาก จากเดิมกิโลวัตต์ละแสนลดลงเหลือ 4-5 หมื่นบาท ทำให้ผู้ลงทุนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐ ทั้งในด้านการขอบีโอไอ หรือมาตรการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี สามารถคืนทุนได้

กระแสความนิยมในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ ทำให้ธุรกิจพลังงานพลังงานทดแทนนี้ต้องปรับเปลี่ยนให้รับมือกับสภาพทางการตลาด

           ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 ก็คือธุรกิจเอกชนจะผลิตไฟฟ้าขายเอกชน และ จะเกิดธุรกิจขอเช่าหลังคาโรงงาน หรืออาคารขนาดใหญ่ เพื่อผลิตไฟฟ้า และขายไฟฟ้าให้เจ้าของอาคารในราคาถูก สมมติค่าไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาท ผู้ลงทุนเช่าหลังคาผลิตไฟฟ้าอาจจะขายไฟฟ้าให้ในราคาถูกกว่าการไฟฟ้าฯ 10-15% เจ้าของอาคารก็ได้ประหยัดค่าไฟฟ้า บ้านอยู่อาศัยของบุคคลธรรมดาทั่วไปก็สามารถให้เช่าหลังคา แล้วเสนอขายไฟฟ้าให้เจ้าของบ้านในราคาถูกกว่าซื้อจากการไฟฟ้า และบ้านที่ติดหลังคาโซลาร์ก็ยังทำให้บ้านมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในการซื้อขายในทางตลาด และถ้ามีไฟฟ้าเหลือใช้จากโซลาร์รูฟท๊อปกระทรวงพลังงานจะมีมาตรการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินตรงนั้น ในราคาไม่เกินราคาไฟฟ้าขายส่งอีกด้วย

และการลงทุนโซลาร์รูฟท็อป จะมีผู้ลงทุนอยู่สองกลุ่ม

1.เจ้าของอาคารลงทุนเอง ใครมีเงินเก็บก็ลงทุนเพราะผลตอบแทนสูงกว่าฝากเงินธนาคาร ถ้ามีเงินไม่พอก็สามารถกู้แบงก์หรือสถาบันการเงิน

  1. บุคคลที่สาม ลงทุนให้โดยมีสัญญาเช่าหลังคา หรือทำสัญญาจะซื้อจะขายไฟฟ้า สมมติลงทุนให้ 1 เมกกะวัตต์ 40 ล้าน ผลิตไฟฟ้าได้ 1 ล้าน 4 แสนหน่วย คูณ 4 ประหยัดไฟฟ้าได้ปีละ 6 ล้านกว่าบาท คือราคาค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากค่าเฉลี่ยค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 5 บาท แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี หากคืนทุน 5-6 ปีแรก เอา 20 ปีที่เหลือหลังคูณค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 5 บาท เท่ากับได้ใช้ไฟฟรีร้อยล้านบาท หมายความว่าตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ จะได้กำไรจากการประหยัดไฟฟ้านับร้อยล้านบาท

แสงอาทิตย์กลายเป็นหนึ่งในพลังงานทดแทนที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าแต่เมื่อติดตั้งแล้วเมื่อคืนทุนก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล ทำให้การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ขยายตัวได้เร็วกว่าเชื้อเพลิงอื่น ๆ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกในปีพ. ศ. 2560 จะอยู่ที่ประมาณ 100 GW และ ในปีพ. ศ. 2561 คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง