News

Article

Solar D พัฒนาซอฟแวร์สำหรับแบตเตอรี่สำหรับโซล่าร์

lay-illustration-solarcell_series2-02-2

lay_illustration_solarcell-02-3lay-illustration-solarcell_series2-02นวัตกรรมโซล่าร์มีการพัฒนาและขยายวงกว้างทั้งในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ หรือแม้แต่ในแถบเอเชีย ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดงานสำหรับนวัตกรรมโซล่าร์ขึ้น ชื่อว่า Intersolar ทั้งในเยอรมันนีและสหรัฐอเมริกา โดยภายในงานจะมีทั้งส่วนของ Exhibition การออกบูธขององค์กรภาคธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โซล่าร์และส่วนของการสัมมนา (Conference) เกี่ยวกับเรื่องของโซล่าร์เซลล์โดยเฉพาะ เช่น เทคโนโลยีของโซล่าร์ การเก็บโซล่าร์ (Storage) เทรนด์ของการใช้โซล่าร์ในประเทศต่างๆ เป็นต้น

       จากการไปร่วมงาน Intersolar North America ที่ผ่านมา เพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโซล่าร์และเทรนด์โซล่าร์ของโลก สัมฤทธิ์ สิทธิวรานุวงศ์ เจ้าของบริษัท Solar D เล่าถึงเทรนด์ของโซล่าร์ในปีนี้ว่า

“ตอนนี้เป็นเทรนด์เรื่อง การเก็บ (Storage) ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะเมื่อโซล่าร์เข้าไปถึงจุดหนึ่งแล้วก็จะเกิดความไม่แน่นอน รวมทั้งบริษัทการไฟฟ้าก็เริ่มไม่พึงพอใจกับปริมาณการใช้โซล่าร์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย ดังนั้น Storage จึงต้องเข้ามาจัดการโดยนำเอาแบตเตอรี่มาเป็นบัฟเฟอร์ เพื่อทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น และยังสามารถเก็บสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้อีกด้วย”

การเก็บโซล่าร์โดยใช้แบตเตอรี่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการโซล่าร์ เพราะในช่วงแรกที่มีการพัฒนาระบบโซล่าร์นั้นก็ต้องอาศัยแบตเตอรี่ควบคู่ไปด้วย แต่เนื่องจากอายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้น ไม่สามารถใช้ได้เพียง 1-2 ปี อีกทั้งยังดูแลรักษายาก และไม่เหมาะกับการติดตั้งในตัวอาคาร เมื่อระบบโซล่าร์พัฒนาให้มีความเสถียรในการส่งมากขึ้น การสำรองไฟฟ้ามีความจำเป็นลดลงจนกระทั่งเลิกใช้แบตเตอรี่ในที่สุด

         “เมื่อก่อนโซล่าร์ถูกนำมาใช้ในพื้นที่ที่สายไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แต่ช่วง 10 ปีมานี้ การใช้โซล่าร์กลายเป็นความต้องการเพื่อลดค่าไฟฟ้า ลดการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากการเผาแก๊ส น้ำมัน และถ่านหิน สำหรับบ้านที่อยู่ในเมือง แบตเตอรี่จึงกลายเป็นความจำเป็นมากขึ้น หลายบริษัทเริ่มออกแบบและผลิตแบตเตอรี่ของตัวเอง ให้มีกำลังและความจุมาก ราคาถูก และสามารถเก็บไฟฟ้าได้มากขึ้น

         ในส่วนของ Solar D นั้น เราไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่เองได้ แต่เรานำเอาคุณสมบัติของแบตเตอรี่เหล่านั้นมาพัฒนาซอฟแวร์ เพื่อช่วยประหยัดไฟและสามารถใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ได้มากที่สุด เช่น เราต้องไปดูว่าการไฟฟ้ามีตัวเลือกเรื่องค่าไฟฟ้าให้ใช้อย่างไรบ้าง สำหรับบ้านพักอาศัยจะมีระบบ TOU (time of use rate) คือ การกำหนดค่าไฟฟ้าตามเวลาที่ใช้ คือ ช่วงเวลา 9 โมงเช้า-4 ทุ่ม ค่าไฟฟ้าจะหน่วยละ 5.80 บาท แต่หลัง 4 ทุ่มจะคิดหน่วยละ 2.60 บาท ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์คิดหน่วยละ 2.60 บาทตลอดวัน ซึ่งคนส่วนมากไม่ค่อยรู้ ดังนั้นถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณคือการอยู่บ้านเฉพาะวันหยุด กลับบ้านหลัง 4 ทุ่มก็สามารถเปลี่ยนเป็น TOU ได้เลย ไม่ต้องใช้โซล่าร์ แต่ถ้าใช้โซล่าร์ก็อาจจะเลือกเก็บโซล่าร์ไว้ในแบตเตอรี่ช่วงกลางวันที่คุณไม่อยู่บ้าน พอกลับมาบ้านก็เลือกใช้โซล่าร์ในช่วงเวลาก่อน 4 ทุ่ม หลังจากนั้น คุณก็กลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เพราะเป็นช่วงที่ค่าไฟถูกกว่า

         สำหรับภาคธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า การคิดค่าไฟฟ้าจะเป็นไปตาม demand change โดยจะคำนวณค่าไฟจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak load) แต่ถ้าใช้แบตเตอรี่โซล่าร์คุณก็จะสามารถประมวลผลและป้องกันการสร้าง peak load ใหม่ ก็จะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เช่นกัน ซึ่งจากเทรนด์เรื่องการเก็บโซล่าร์โดยใช้แบตเตอรี่นี้ ทำให้ Solar D มีแผนจะเปิดตัวแบตเตอรี่ (Load ship) สำหรับบ้าน ที่สามารถเป็นแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้เร็วๆ นี้” สัมฤทธิ์ สิทธิวรานุวงศ์ กล่าว